ประยุกต์ใช้ โพสล่าสุด โพสสำคัญ เครื่องมือ สมาชิก สถิติฟอรั่ม ธนาคาร
หัวข้อ : ปางพระศิวะที่สำคัญ และคาถาบูชาเป็นศิริมงคลให้แก่ชีวิต
admin ออฟไลน์
ระดับ: ผู้ดูแลระบบ
รายละเอียดผู้ใช้ 

ปางพระศิวะที่สำคัญ และคาถาบูชาเป็นศิริมงคลให้แก่ชีวิต

ปางพระศิวะที่สำคัญ
พระนามเด่น
นาม "พระศิวะ" นั้นมีความหมายถึง ความกรุณาหรือการชุบให้สะอาดใหม่ พระองค์มีพระนามมากมาย แต่ที่เด่นๆ มีความหมายที่ชัดเจนก็มีดังนี้
1. พระอิศวร หมายถึง ผู้เป็นใหญ่
2. มหาเทวะ หมายถึง มหาเทพผู้ที่มีความยิ่งใหญ่และเป็นใหญ่เหนือเทพอื่นใด
3. จันทรเศขร หมายถึงผู้ที่มีรูปพระจันทร์เสี้ยวปรากฏอยู่บนหน้าผาก หรือมีปิ่นปักผมเป็นพระจันทร์
4. หริหระ หมายถึง ผู้นำไป
5. ภวะ หมายถึง ทรงเป็นเอง ทรงเกิดเอง
6. สยมภูหรือสวยมภู หมายถึง กำเนิดขึ้นเอง
7. ปรเมศวร์หรือมเหศวร หมายถึง ผู้ที่เป็นใหญ่ที่สุด
8. ศาทศิวะ หมายถึง พระศิวะผู้มีภารกิจอันใหญ่ยิ่ง
9. อโฆระ หมายถึง เทพผู้มีความหน้าเกรงขาม
10. อุคระวิศวนาถ หมายถึง เทพผู้เป็นที่พึ่งแห่งโลก
11. อันธการิ หมายถึง ผู้เป็นศัตรูของพระอันธก (โอรสของพระกัศยปะและพระแม่ทิติ)
12. ภูเบศวร์ หมายถึง ผู้ที่เป็นใหญ่ในหมู่ภูติทั้งมวล
13. รุทร หมายถึง ร้องไห้
14. ปัญจานนะ หมายถึง ผู้ที่มีใบหน้า 5 ใบหน้า
15. มหากาฬ หมายถึง ผู้ที่มีอยู่เหนือเวลาและความตา
16. ตรีโลจนะ หมายถึง ผู้ที่มีดวงตาที่ 3
17. อิสาน หมายถึงผู้ปกครอง
18. ทิคัมพร หมายถึง ผู้ที่นุ่งห่มสีฟ้า
19. มฤตุญชัย หมายถึง ผู้ที่มีชัยชนะเหนือความตาย
20. คังคธร หมายถึง ผู้ที่ทรงไว้ซึ่งคงคาในเกศา
21. ภาควัต หมายถึง พระผู้เป็นเจ้า
22. คิริษะ หมายถึง ผู้เป็นเจ้าแห่งเขา
23. สถานุ หมายถึง ผู้ที่มีความตั้งมั่น
24. สมรหระ หมายถึง ผู้สังหารกามา
25. ศรีกัณฐะ หมายถึง ผู้ที่มีลำคองาม
26. ซางการิ

ปางพระศิวะ
รูปเคารพของพระศิวะปางที่สำคัญ ๆ และพบเห็นกันแพร่หลายมีดังนี้
ปางจักราธนมูรติ (วิษณุวาณุครหมูรติ)
อันเนื่องจากพระวิษณุเทพได้ทำสงครามกับอสูรบนสวรรค์ และเกิดความเพลี่ยงพล้ำไม่อาจชนะฝ่ายอสูรได้ จึงได้ทำพิธีบูชาพระศิวะเทพขึ้น ด้วยการบูชาพระองค์ด้วยดอกบัววันละ 1,000 ดอกทุกวัน จนวันหนึ่งหาดอกบัวไม่ได้พระวิษณุเทพจึงควักลูกตาของตนเพื่อถวายบูชาแก่องค์ศิวะเทพ พระองค์ทรงพอพระทัยมาก จึงประทานลูกล้อ หรือ จักรหินสัญลักษณ์ของพระศิวะเทพเพื่อให้เป็นอาวุธของพระวิษณุต่อไป
ปางนนทิศานุครหมูรติ
สรังคยานะเกิดมาไม่มีบุตรสืบสกุล จึงไปขอพระเป็นเจ้า วิษณุเทพได้ประทานบุตรมาให้ตน ด้วยพอใจการบวงสรวงบูชาของฤาษี บันดาลอิทธิฤทธิ์ให้เด็กถือกำเนิดจากสีข้างของพระองค์ ทารกนี้รูปร่างเหมือนพระศิวะ ทรงพระราชทานนาม นนทิเกศวร นนทิเกศวรได้พรจากพระศิวะ ต่อมานนทิได้นำพิธีทรมานร่างกายบนยอดเขามันธระเพื่อให้เข้าถึงพระศิวะเจ้า พระศิวะเทพโปรดปรานมาก ทรงปรากฏตัวให้เห็นและรับเอาฤาษีนนทิเป็นหัวหน้ามหาดเล็กรับใช้อยู่ที่เขาไกรลาศ ทรงแต่งตั้งให้เป็นเทพบุตรนนทิเกศวร ส่วนพระชายาของเทพบุตรพระองค์นี้คือ นางสุยาศุ บ้างก็ว่า เทพบุตรพระองค์นี้ตัวเป็นมนุษย์ หัวเป็นโค
ปางกิรทารชุนมูรต
ท้าวอรชุน(ในมหากาพย์ภารตะ) ทำพิธีบูชาพระศิวะเพื่อขอประทานลูกธนูศักดิ์สิทธิ์ให้ตนเพื่อไปยิงอสูร ท้าวอรชุนได้บวงสรวงอยุ่ที่เขาไกรลาศ พระศิวะใช้มายาแปลงเป็นหมูป่าเข้าทำร้ายพราหมณ์หนุ่มและท้าวอรชุน พราหมณ์หนุ่มต้องการยิงหมูป่า อ้างว่าตนเห็นก่อน แต่ท้าวอรชุนไม่ยอม บอกว่าตนต่างหากที่เห้นก่อนจากนั้นทั้งคู่ก็เลยต้องเดิมพันด้วยการต่อสู้กันก่อน ไม่ว่าท้าวอรชุนจะใช้อาวุธใดก็มีอาจทำร้ายพราหมณ์หนุ่มได้ จนเมื่อท้าวอรชุนทรุดตัวลงกราบ พระศิวะพอพระทัยมอบลูกธนูวิเศษให้ไปปราบอสูร
ปางราวันนานูครหมูรต
ทศกัณฐ์ เจ้าเมืองลงกา หลังจากทำสงครามกับท้าวกุเบร ได้เสด็จผ่านเทือกเขาหิมาลัยเห็นว่ามีทัศนียภาพอันน่ารื่นรมย์ ตั้งใจจะเข้าไปชมสถานที่ แต่เจอนนทิเกศวรหัวหน้ามหาดเล็กของพระศิวะเทพขวางทางไว้ เพราะเขาไกรลาศเป็นที่ประทับของพระศิวะเทพและพระนางปราวตี ห้ามผู้ใดล่วงล้ำเข้าสู่เขตพระราชฐานทศกัณฐ์โกรธ ขู่อาฆาตและสาปแช่งว่า นนทิต้องสิ้นชีพด้วยน้ำมือลิง แต่นนทิเกศวรบอกว่า ทศกัณฐ์ต่างหากที่ต้องสิ้นชีพด้วยน้ำมือลิง ทศกัณฐ์โกรธเตรียมจะยกเขาไกรลาศขึ้นทุ่ม แค่โยกเขาด้วยอิทธิฤทธิ์เท่านั้น บรรดาเทวดาและมนุษย์ก็เดือดร้อนหนีกันจ้าละหวั่น พระนางปราวตีได้ทูลขอให้พระศิวะให้แก้สถานการณ์ ทรงใช้เท้าเหยียบที่พื้นลงเบา ๆเพื่อให้เขาไกรลาศตั้งดังเดิม ทรงปราบพยศอสูรทศกัณฐ์จนยอมศิโรราบ พระศิวะเทพโปรดประทานดาบศักดิ์สิทธิ์ให้จากนั้นทศกัณฐ์ได้เดินทางกลับกรุงลงกา
ปางกาลารีมูรติ
ฤาษีตนหนึ่ง ได้ทำพิธีบูชาสวดมนตร์อ้อนวอนขอลูกกับพระศิวะเทพทรงโปรดการบูชาจึงประทานลูกให้ แต่บอกว่า เด็กคนนี้จะอายุสั้น ฤาษีและภรรยาได้เลี้ยงดูลูกจนอายุ 16 ปี ลูกชายไปได้บวงสรวงต่อพระศิวะระหว่างที่ชะตาถึงฆาตประจวบเหมาะว่า เป็นช่วงที่เด็กคนนี้กำลังบูชาศิวลึงค์อยู่พอดี พระยม-กาลแห่งความตายได้เดินทางจากเมืองนรกมารับตัวเด็กหนุ่ม พระศิวะเห็นดั่งนั้นทรงพิโรธทรงปรากฏกายออกจากศิวลึงค์เข้าเตะพระยม พระยมสู้ฤทธิ์พระศิวะไม่ได้จึงหนีไปพระศิวะประทานพรให้เด็กหนุ่มมีชีวิตเป็นอมตะ
ปางกานันทกามูรติ
ปางนี้คือปางพระศิวะทำลายเทพเจ้าแห่งความรัก (กามเทพ)อย่างที่ได้กล่าวแทรกไว้ในตำนานว่า เมื่อพระนางสตีเผาร่างตนเองไปนั้น พระศิวะเสียใจมาก และเข้าสู่สมาธิเป็นระยะเวลาอันยาวนาน ในที่สุดเมื่อพระนางมาจุติใหม่ โดยแบ่งภาคมาจากพระแม่ศักติ-ศิวา มาเป็นพระนางปราวตี กามเทพต้องทำหน้าที่เพื่อให้ศิวะเกิดความรัก เพื่อจะได้มีบุตรในการไปปราบอสูรชื่อ ทาราคา ในที่สุดเมื่อทุกอย่างสำเร็จ ทรงมีโอรสขึ้นมาคนหนึ่งชื่อ ขันธกุมาร หรือ กาติเกยะ หรือกุมารา หรือสุภามันยะเพื่อไปปราบอสูร
ปางอรรธนารีศวร
ปางนี้เป็นปางครึ่งหญิงครึ่งชายในรูปลักษณ์ทางประติมกรรมนั้น จะแบ่งซีกระหว่างพระศิวะกับพระอุมาพระศิวะอยู่ทางซีกขวา และพระอุมาอยู่ทางซีกซ้าย ซึ่งถ้าผู้ที่เข้าใจระบบความเชื่อแบบทวิลักษณะแบบจีน หรือ คัมภีร์หยิน-หยางย่อมเข้าใจได้ว่า -ชายขวา-หญิงซ้าย นั่นคือสูตรตามแบบฉบับของคัมภีร์นี้ ปางนี้ได้กำเนิดขึ้นครั้งแรก ครั้งเดียว ในสมัยการสร้างจักรวาล กล่าวคือ พระพรหมได้รับภารกิจให้สร้างมนุษย์เพศชายเพียงเพศเดียว แต่เพศชายเพียงอย่างเดียวไม่มีกำลังในการขยายเผ่าพันธุ์ในโลกใด้ ครั้งจะสร้างเพศหญิงขึ้นมาก็ไม่รู้ว่าจะเอาแบบอย่างมาจากไหน พระพรหมจึงต้องบวงสรวงมหาเทวาธิเทวะ มหาเทวะ ศิวะเทพ เพื่อให้เสด็จมาแก้ปัญหาที่ค้างคาใจอยู่พระพรหมบวงสรวงจนเป็นที่พอใจก็เลยเสด็จมา นับเป็นครั้งแรกที่มาในปางอรรธนารีศวร เพศหญิงและเพศชายที่รวมกันอยู่ในร่างเดียวกัน ทำให้พระพรหมเข้าใจในกำลังเสริมของเพศคู่นี้ อันจะนำมาซึ่งความอุดมสมบูรณ์และชีวิตใหม่
มนต์บูชาพระศิวะ
โอม นะมัช ศิวายะ 3 จบ
โอม นะมัสศิวารายะ จะ นะมัสศิวายะ จำเป นะ เคารา นะสีธะ กายายะ ตันตะ
ปูระณะ กาวะนะสิ จะ กายอ นะมัสศิวารายะ ยายะ จะ นะมัสศิวารายะ ยะยอ กัตตุกะรี คิกากัง
คะมะติ จันติตา ยอเนสิ สะกุลธะรายายะ มะนิกุลธะรา ยายะ นะมัสศิวารายะ จะ นะมัสศิวายะ
หิเขตเต พิธีปูชา อาคัจฉา ยะหิ สัมผัสสะ เทวะ มะนุสสานัง อัญชะลียะ จะ นะมัศศิวารายะ
อาระคัม สัมปุญญะยัม สีวิรุธ ตะรัยยะเก กาเม จะ มะเหยยะเต
บทสวดอัญเชิญพระศิวะ
โอม นะโม อิศศะราเม ศิวะเทวัญจะ ภะวัญตุเม
ทุติยัมปิ นะโม อิศศะราเม ศิวะเทวัญจะ ภะวัญตุเม
ตะติยัมปิ นะโม อิศศะราเม ศิวะเทวัญจะ ภะวัญตุเม
                                                                                      ปางพระพิฆเณศวร์
แม้ว่าพระคเณศจะมีพระนามมากมายถึง 108 พระนามไปจนถึง 1008 พระนาม แต่ในแง่เทวประติมานั้นมีอยู่เพียง 8 ถึง 9 ปางเท่านั้นที่คนนิยมบูชา โดยการบูชาในแต่ละปางก็ให้คุณที่แตกต่างกันออกไป เชิญเลือกบูชาได้ตามอัธยาศัย

ปางพาลคเณศ
เป็นพระคเณศในวัยเด็กรูปลักษณ์ที่เห็น มักจะเป็นพระคเณศยังคลานอยู่กับพื้น หรือยังอยู่ในอิริยบถไร้เดียงสาอย่างเด็ก ๆ ถ้าโตขึ้นมาหน่อย จะนั่งขัดสมาธิเพชรบนดอกบัวมี 4 กร ถือขนมโมทกะ กล้วย รวงข้าว ซึ่งหมายถึงความเป็นสุขภาพดีของเด็ก ๆในครอบครัวรวมความหมายถึงให้เด็ก ๆได้ระลึกถึงการเคารพรักในบิดา มารดา ปางนี้นิยมบูชากันในบ้านที่มีเด็กเล็กและเด็กในวัยเรียน

ปางนารทคเณศ
ปางนี้ ส่วนใหญ่จะเป็นพระคเณศมักจะอยู่ในอิริยาบถยืน มี 4 กร ในคัมภีร์และหม้อน้ำกมัลฑลุ ไม้เท้า และร่ม ซึ่งถ้าเป็นศาสนาพุทธแล้ว คงเปรียบได้กับพระสีวลี ซึ่งเป็นพระธุดงค์ ผู้ได้ชื่อว่าเป็นพระอรหันต์ผู้มีลาภมาก แต่สัญลักษณ์ของพระคเณศนั้น หมายถึงการเดินทางไกล แต่มักจะเป็นการเดินทางไปเพื่อการศึกษาต่อ หรือเป็นปางที่เหมาะสมกับวิชาชีพของคนที่เป็นครูบาจารย์เท่านั้น

ปางลักษมีคเณศ
ปางนี้พระคเณศจะประทับนั่งห้อยพระบาทบนแท่นมี 6 กร และพระหัตถ์หนึ่งโอบพระลักษมีเทวีไว้ การบูชาปางนี้เสมือนหนึ่งได้บูชาเทพทีเดียวกันถึง 2 พระองค์ในลักษณะของทวิภาคี (คเณศ -ลักษมี) กล่าวคือ ลักษมีคเณศ ย่อมมีความหมายถึงความอุดมสมบูรณ์ พูนสุข ความมั่งคั่ง มั่งมีอย่างหาที่สิ้นสุดมิได้

ปางวัลลยภาคเณศ
ปางนี้พระคเณศจะอุ้มพระชายาทั้ง2 ไว้บนตักทั้งซ้ายและขวา ซึ่งชายาทั้งคู่คือคือนางพุทธิและสิทะ ดังที่ตำนานได้กล่าวไว้ ปางนี้ให้ความหมายในลักษณะของความสมบูรณ์ของการเป็นครอบครัวมีทรัพย์สินและบริวารมากมาย

ปางมหาวีระคเณศ
เป็นพระคเณศที่มีจำนวนของพระกรมากเป็นพิเศษ อาจจะ 12,14,16, กรแต่ละพระหัตถ์นั้นถือศาสตราวุธหลากหลายชนิดแตกต่างกันไปอาทิลูกศร คันธนู ดาบยาว ตะบอง ขวาน จักร บ่วงบาศ งูใหญ่ หอก ตรีศูล ปางนี้ถือกันว่าเป็นปางออกศึกเพื่อปราบศัตรูหมู่อมิตรทั้งหลาย ดังนั้นจึงเป็นความเหมาะสมพิเศษกับบรรดานักรบ แม่ทัพนายกอง ทหาร ตำรวจและข้าราชการ

ปางเหรัมภะคเณศ
เป็นปางพระคเณศที่ห้อยพระบาทอยู่บนพญาราชสีห์ พระคเณศปางนี้จะมีอยู่ห้าเศียร หรืออาจจะเป็นเศียรตามปกติก็ได้ เพราะสัญลักษณ์ที่แท้จริงของปรางค์นี้ก็คือ สิงโตเท่านั้น เพราะสิงโตเป็นเจ้าป่า ดังนั้นจึงเหมาะสมที่ผู้ใหญ่ที่ต้องมีบริวารในการปกครองมาก นอกจากนี้ยังเป็นสัญลักษณ์ที่บรรดดากษัตริย์ทั้งหลายแต่โบราณนิยมบูชากัน เรียกว่าเป็นสุดยอดปางของพระคเณศก็ว่าได้

ปางสัมปทายะคเณศ
เป็นพระคเณศที่เราพบเห็นกันบ่อยคือ มีอาวุธอยู่ในสองพระหัตถ์บน ส่วนพระหัตถ์ล่างด้านซ้ายนั้นถือขนม และด้านขวาอยู่ในท่าประทานพร ซึ่งความหมายของปางนี้คือ การอำนวยพรให้ประสบความสำเร็จนั่นเอง

ปางตรีมุขคเณศ
เป็นพระคเณศที่มี 3 พระพักตร์ 4 กร บ้างก็ว่ามีความหมายถึง 3 โลก บ้างก็ว่าหมายถึง ศีล สมาธิ ปัญญา

ปางปัญจคเณศ
บางคนเรียกปางนี้ว่า พระคเณศเปิดโลก

ปางวิชัยคเณศ
เป็นปางที่พระคเณศทางขี่หนูเป็นพาหนะมี 4 กร พระหัตถ์ขวาด้านล่างอยู่ในท่าประทานพร ซึ่งมีความหมายถึงการอยู่เหนือบริวารนั่นเอง
มนต์บูชาพระพิฆเนศวร
โอม ศรีคเณศายะ นะ มะ ฮา 3 จบ
ขอบารมีแห่งองค์พระพิฆเนศ จงดลบันดาลให้ข้าพเจ้าจงประสพแต่ความสำเร็จในทุกทาง เทอญ
โอม ศิโรเม พุทธะเทวัญ จะ อะหังเมธานัง พิฆะเนศะวะระ พรหมมะเทวะตา
มะหาอิทธิโย ปาระมิตตา ปูชิตตะวา อัญชะลียะ ปักการะวันตา ปักการา เคหะวัตถุม
หิเขตเต พิธีปูชา อาคัจฉา ยะหิ สัมผัสสะ เทวะ มะนุสสานัง อัญชะลียะ จะ นะมัศศิวารายะ
บทสวดอัญเชิญและบูชาพระพิฆเนศวร (พระพิฆเนศ)
โอม พระพิฆะเนศะวะระ สิทธิ ประสิทธิเม มะหาลาโภ
ทุติยัมปิ พระพิฆะเนศะวะระ สิทธิ ประสิทธิเม มะหาลาโภ
ตะติยัมปิ พระพิฆะเนศะวะระ สิทธิ ประสิทธิเม มะหาลาโภ
มนต์บูชาพระแม่ลักษมี
โอม ศรี มหาลักษมี เจ นะมะ ฮา 3 จบ
โอม พระลักษมี อิตถีเทวะ เมตตัญจะ มหาลาโภ
ทุติยัมปิ พระลักษมี อิตถีเทวะ เมตตัญจะ มหาลาโภ
ตะติยัมปิ พระลักษมี อิตถีเทวะ เมตตัญจะ มหาลาโภ
โอม นารายะณะเทวะตา สะทา รักขะตุ สะวาหะ สะวาหา
มนต์บูชาพระนารายณ์
โอม นารายณายะ วิทัมเห วาสุเทวายะ ธีมหิ/ ตันโน วิษณุช ปรโจทยาต

บทสวดอัญเชิญและบูชาพระนารายณ์ (พระวิษณุ)
โอม นะโม นารายะณา ยะนะมะฮา 3 จบ โอม วิษณุ เวนะมะ 3 จบ
บทสวดอัญเชิญและบูชาพระนารายณ์
โอม ศิโรเม พุทธะเทวัญจะ นะราเต พรหมะเทวตา หะทะเย นะรากัญเจวะ
หะเถปะระเม สุราปาเทถะ เพชรฉลูกัญเจวะ สัพพะกัมมะ ประสิทธิเม อันตะรา ยะยัง
วินาศสันติ สัพพะสิทธิ พุทธังสิทธิ ธัมมังสิทธิ สังฆังสิทธิ ประสิทธิเม
บทสวดอัญเชิญและบูชาพระนารายณ์
โอม นะโม นารายะ นะมะ ภะวันตุเม ทุติยัมปิ นะโม นารายะ นะมะ ภะวันตุเม
ตะติยัมปิ นะโม นารายะ นะมะ ภะวันตุเม
บทสวดอัญเชิญและบูชาพระนารายณ์
โอม พระนารายะณะราชา นามะ อุปาทะวะตายะ จันตุ ครุฑาพาหนะนายะ หะระติ
ทิสะฐิตายา อาคัจฉันตุภุญ ชะตุ ขิปายะตุ วิปปะยะตุ สะวาหะ สะวาหายะ สัพพะอุปาทะวะ
วินาสายะ สัพพะ อันตะรายะ วินาสายะ สุขขะวัฑฒะโก โหตุ อายุ วัณณะ สุขะ พะลัง
อัมหากัง รักขันตุ สะวาหะ สะวาหา สะวาหายะ
บทสวดอัญเชิญและบูชาพระนารายณ์
โอม หะระติทิสะ นารายะณะเทวะตา สะหะคะณะปะริวารายะ อาคัจฉันตุ ปะริกุญชะตุ สะวาหะ สะวาหายะ
โอม สัพพะอุปาทะวะ สัพพะทุกขะ สัพพะโรคะ สัพพะภะยะ สัพพะอุปัททะวะ สัพพะศัตรู วินาสายะ ปะมุจจันตุโอม นารายะณะเทวะตา สะทา รักขะตุ สะวาหะ สะวาหายะ

มนต์บูชาพระพรหม
คำบูชาพระพรหม
โอม...พระพรหมา ปฏิพาหายะ
ทุติยัมปิ...พระพรหมา ปฏิพาหายะ
ตะติยัมปิ...พระพรหมา ปฏิพาหายะฯ
คำบูชาพระพรหม
โอมปะระเมสะนะมัสสะการัม โองการนิสสะวะรัง พรหมมะเรสสะยัม
ภูปัสสะวะวิษณุ ไวยะทานะ โมโทติลูกปัม ทะระมายิกยานัง ยะไวยะลา คะมุลัม สะทานันตะระ วิมุสะตินัน นะมัตเตนะมัตเตร
จะอะการังตะโถวาจะ เอตามาตาระยัต ตะมันตะรามา กัตถะนารัมลา จะสะระวะปะติตัม สัมโพภะกลโล ทิวะทิยัมมะตัมยะฯ
โอม สัพพะอุปาทะวะ สัพพะทุกขะ สัพพะโรคะ สัพพะภะยะ สัพพะอุปัททะวะ สัพพะศัตรู วินาสายะ ปะมุจจันตุ
โอม นารายะณะเทวะตา สะทา รักขะตุ สะวาหะ สะวาหายะ
บทสวดอัญเชิญและบูชาพระแม่ศรีอุมามหาเทวี (พระแม่อุมา)

โอม เจ มาตา กี (แม่อุมา) 3 จบ
โอม เจ มาตา กาลี (แม่กาลี) 3 จบ
โอม ศรี ทรุคา เจ นะ มะ ฮา (แม่ทุรคา) 3 จบ
โอม สตี เยมาตา กาลี (แม่กาลี) 3 จบ
โอม หรีม ครีม ทูม ทุรคา ชัยนมัส 3 จบ

โอมนะมัสศิวารายะ จะ นะมัสศิวายะ ปะระวะตี ยะโฮ กัตตะการี จะ ปูระณะ ดุลรานะฮี กะโฮ ยะฮี ยะวา กัตตุระณัม อาระคัม ดัมบารา อาลี อาลี อาระยัน ยันนะวะฮีจะ นะมัสศิวารายะ กอรียะโฮ ตียะ นะวะโฮ สีวิรุธ ตะรัยยะเก กามะจะ มะเหยะเต
โอม ตัสสะ ปาระพะตี กาลีทุรคา ปิยังมะมะ ทุติยัมปิ ปาระพะตี กาลีทุรคา ปิยังมะมะ ตะติยัมปิ ปาระพะตี กาลีทุรคา ปิยังมะมะ โอม ศรีมหาเทวี สตีมามหาตา อุมาภควัมบดี ทุรคา กาลี มหามาตารี เทวามนุษย์สะ ยักษ์สะวันทามิ เทวีมหาอิทธิโย มหิทธิกา มาตารีโอม

มนต์บูชาพระแม่สุรสวดี
โอม ศรี สรัสวตี เจ นะ มะ ฮา 3 จบ
โอม พระสรัสวดี อิตถีเมตตัญจะ เทวะปัญชะเร ภะวันตุเม
ทุติยัมปิ พระสรัสวดี อิตถีเมตตัญจะ เทวะปัญชะเร ภะวันตุเม
ตะติยัมปิ พระสรัสวดี อิตถีเมตตัญจะ เทวะปัญชะเร ภะวันตุเม
บทสวดอัญเชิญและบูชาพระขันธกุมาร

โอม ศรี ศะระวัน ภะวะยะ นะมะฮา 3 จบ
โอม สะกันทะเทวะ ชนะมาเรนัง อานุรักขันตุ ทุติยัมปิ สะกันทะเทวะ ชนะมาเรนัง อานุรักขันตุ ตะติยัมปิ สะกันทะเทวะ ชนะมาเรนัง อานุรักขันตุ บทสวดอัญเชิญและบูชาพระกฤษณะ (องค์อวตารพระวิษณุ) โอม ศรีกฤษณา ยะ นะ มะ ฮา 3 จบ
โอม นมัสศิวารายะ จะ นะมัสศิวายะ กฤษณะ เลาะหะฮาล ดูระดูบำบารา นะฉีนะ อาสุราฮาล คะโต๊ฮัลยี ทะชัชชะมาฮาล ทะชัชชะมาฮาล ทะชัชชะมาฮาล
คาถาบูชาพ่อแก่ พระฤษี 108 พระองค์
คาถาบูชาพ่อแก่

นะโม ตัสสะ พะคะวะโต อะระหะโต
สัมมา สัมพุท ตัสสะ (3 จบ)

อุกาสะ อิมัง อัคคีพาหูบุพผัง อะหังวันทา อาจาริยัง สัพพะสัยยัง วินาสสันติ สิทธิการิยะ
อะปะระปะชา อิมัสมิง ภะวันตุเม ทุติยัมปิ อิมัง อัคคีพาหูบุพผัง อะหังวันทา อาจาริยัง สัพพะสัยยัง

วินาสสันติ สิทธิการิยะ อะปะระปะชา อิมัสมิง ภะวันตุเม ตะติยัมปิ อิมัง อัคคีพาหูบุพผัง อะหังวันทา
อาจาริยัง สัพพะสัยยัง วินาสสันติ สิทธิการิยะ อะปะระปะชา อิมัสมิง ภะวันตุเม


คาถาบูชาพระฤาษี

โอม...อิมัสมิง พระประโคนธัพ พระมุนีเทวา หิตาตุมเห ปะริภุญชันตุ ทุติยัมปิ...อิมัสมิง พระประโคนธัพ พระมุนีเทวา หิตาตุมเห ปะริภุญชันตุ ตะติยัมปิ...อิมัสมิง พระประโคนธัพ พระมุนีเทวา หิตาตุมเห ปะริภุญชันตุ

คาถาบูชาพระฤาษี 108 (รวม)

โอม สรเวโภย ฤ ษิโภย นะมัห

บทอธิฐานขอพรพระฤาษี
(ใช้ได้กับทุกๆ พระองค์)
โอม ตวะเมวะมาตา จะบิตา ตวะเมวะ ตวะเมวะพันธุศจะ สะขา ตวะเมวะ ตวะเมวะวิทะยา ทรวิณัม ตวะเมวะ ตวะเมวะสรวัม มะมะ เทวะ เทวะ

คาถาบูชาพระบรมครูแพทย์ชีวกโกมารภัจ

โอม นะโม ชีวะโก สิระสา อะหัง การุณิโก สัพพะ สัตตานัง โอสะถะ ทิพพะมันตัง ปะภาโส สุริยา จันทัง
โกมาระภัจโจ ปะกาเสสิ บัณฑิตโต สุเมธะโส อะโรคะยา สะมะนา โหมิ
รูปภาพ:พระศิวะ
รูปภาพ: shiva.gif
รูปภาพ:พระศิวะ
รูปภาพ: 08.jpg
รูปภาพ:พระศิวะ
รูปภาพ: Ganesh_Family1.jpg
อุทิศร่างกาย จิตใจ และความดีทั้งหมดให้ในหลวง
รายละเอียดไฟล์แนบ
กล่องตอบกลับด่วน

สามารถอัพโหลดไฟล์แนบ สำหรับโพสได้
ถาม/ตอบ
หาดใหญ่อยู่ทิศไหน? คำตอบคือ:ทิศใต้
กด "Ctrl+Enter" เพื่อตั้งกระทู้ได้